ค่าใช้จ่ายอะไรในธุรกิจ “นำมาลดหย่อนภาษีได้บ้าง”?**
หนึ่งในคำถามที่เจ้าของธุรกิจถามบ่อยที่สุดคือ
“ค่าใช้จ่ายอะไรที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้บ้าง?”
การรู้รายการค่าใช้จ่ายที่หักลดหย่อนได้ตามกฎหมายภาษี จะช่วยให้ธุรกิจ
✔ ประหยัดภาษี
✔ ทำบัญชีได้ถูกต้อง
✔ ลดความเสี่ยงโดนภาษีย้อนหลัง
✔ วางแผนการเงินได้ดีขึ้น
บทความนี้จะพาคุณรู้จักค่าใช้จ่ายลดหย่อนภาษีสำหรับธุรกิจ “แบบเข้าใจง่ายที่สุด”
เหมาะสำหรับเจ้าของกิจการที่เพิ่งเริ่มต้น และ SME ทุกประเภท
📌 1) ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจโดยตรง
ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ถือเป็นต้นทุนหลักในการทำงาน และสามารถนำไปลดหย่อนได้ทั้งหมด (ถ้ามีเอกสารครบ)
✔ ตัวอย่างค่าใช้จ่าย
- ค่าเช่าสำนักงาน
- ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต
- ค่าการตลาด / โฆษณา / Boost โพสต์
- ค่าอุปกรณ์สำนักงาน (คอมพิวเตอร์ โต๊ะ เก้าอี้)
- ค่าขนส่งสินค้า
- ค่าบริการคลาวด์ เช่น Google Workspace, Microsoft 365
ข้อควรรู้
ต้องมี ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ (ที่มี VAT) หรือใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้อง
📌 2) ค่าแรงและเงินเดือนพนักงาน
ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรถือเป็นค่าใช้จ่ายที่นำมาลดหย่อนภาษีได้ 100%
✔ รวมถึง
- เงินเดือน
- ค่าคอมมิชชั่น
- โบนัส
- เงินสมทบประกันสังคม (ส่วนของนายจ้าง)
- ค่าจ้างรายวัน / ฟรีแลนซ์ (ต้องมีใบหัก ณ ที่จ่าย ภ.ง.ด.3 / ภ.ง.ด.1)
ข้อควรรู้
หากไม่มีใบหัก ณ ที่จ่าย ธุรกิจจะ ไม่สามารถนับเป็นค่าใช้จ่ายได้เต็มจำนวน
📌 3) ค่าใช้จ่ายด้านการขายและการตลาด
ธุรกิจสมัยนี้ต้องโปรโมทออนไลน์ ค่าโฆษณาจึงถือเป็นค่าใช้จ่ายที่หักลดหย่อนได้ทั้งหมด
✔ เช่น
- Facebook Ads
- Google Ads
- Tiktok Ads
- ค่าออกแบบสื่อ / คอนเทนต์
- ค่าทำเว็บ / ค่าดูแลเว็บไซต์
ข้อควรรู้
ควรเก็บใบเสร็จจากแพลตฟอร์มและเอกสารหักภาษี ณ ที่จ่ายของผู้ให้บริการ (ถ้ามี)
📌 4) ค่าใช้จ่ายการเดินทางเพื่องานธุรกิจ
ค่าเดินทางเพื่องานสามารถนำมาลดหย่อนได้ แต่ต้องมีหลักฐานชัดเจน
✔ ตัวอย่างค่าใช้จ่าย
- ค่าน้ำมัน
- ค่าทางด่วน
- ค่าเดินทางไปพบลูกค้า
- ค่าเครื่องบิน (ถ้าเป็นงาน)
- ค่าที่พัก (กรณีไปทำงานต่างจังหวัด/ต่างประเทศ)
ข้อควรรู้
ต้องมี เหตุผลเกี่ยวข้องกับธุรกิจ และควรเก็บเอกสารประกอบครบถ้วน
📌 5) ค่าใช้จ่ายด้านบริการต่าง ๆ
ค่าใช้จ่ายเพื่อจ้างบุคคล/บริษัทมาทำงานให้ เช่น
✔ เช่น
- ค่าทำบัญชีรายเดือน
- ค่าที่ปรึกษาภาษี
- ค่าทนาย
- ค่าตรวจสอบบัญชี (Audit)
- ค่าบริการออกแบบเว็บไซต์
- ค่าจ้างฟรีแลนซ์ (ต้องมีใบหักภาษี ณ ที่จ่าย)
ข้อควรรู้
บริการที่รับจากบริษัทหรือบุคคลภายนอกต้องมีเอกสารถูกต้อง
📌 6) ค่าใช้จ่ายลงทุน (Asset) เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สำนักงาน
ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ถือเป็น สินทรัพย์ ต้องคิดค่าเสื่อมราคา (Depreciation)
✔ ยกตัวอย่างสินทรัพย์
- คอมพิวเตอร์
- โทรศัพท์มือถือ
- เครื่องจักร
- เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน
ข้อควรรู้
ค่าใช้จ่ายนี้จะ ทยอยหัก ไม่ใช่หักทั้งหมดในปีเดียว ต้องทำตามมาตรฐานบัญชี
📌 7) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับภาษีและเอกสารราชการ
ค่าใช้จ่ายราชการสามารถบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้ เช่น
- ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน
- ค่าธรรมเนียมเอกสาร DBD
- ค่าดำเนินการด้านประกันสังคม
- ค่าปรับบางประเภท (ขึ้นอยู่กับกฎหมาย)
📌 8) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับธนาคารและการเงิน
เช่น
- ค่าธรรมเนียมบัญชีธนาคาร
- ค่าธรรมเนียมโอนเงิน
- ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อธุรกิจ
- ค่าบริการ Payment Gateway (GB PrimePay, Omise, Stripe)
⚠️ รายการที่ “ไม่นับเป็นค่าใช้จ่ายธุรกิจ”
เจ้าของกิจการหลายคนเข้าใจผิด เช่น
❌ ค่าอาหารส่วนตัว
❌ ค่าช้อปปิ้งที่ไม่เกี่ยวกับงาน
❌ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเจ้าของ
❌ ค่าบ้าน/ค่ารถส่วนตัว
❌ ซื้อของเข้าบริษัทแต่ไม่ออกใบกำกับภาษี
ถ้าเอกสารไม่ถูกต้อง → นำมาลดภาษีไม่ได้
🧠 เคล็ดลับ: ถ้าต้องการให้ผ่านตรวจสรรพากรง่าย ๆ
- เก็บเอกสารทุกใบ
- ใช้ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป
- จ่ายเงินผ่านบัญชีบริษัท (ไม่ใช้เงินสดส่วนตัว)
- ทำบัญชีรายเดือน
- ปรึกษาสำนักงานบัญชีเพื่อเช็กความถูกต้อง
🎯 สรุป: รู้ค่าใช้จ่ายลดหย่อนภาษี = จ่ายภาษีน้อยลง + ธุรกิจราบรื่นขึ้น
การทำบัญชีที่ดีไม่ใช่แค่บันทึกตัวเลข
แต่คือการ วางแผนให้ธุรกิจประหยัดภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เจ้าของกิจการยิ่งเข้าใจค่าใช้จ่ายมากเท่าไหร่
ธุรกิจยิ่งเข้มแข็งและเติบโตได้เร็วขึ้น
📞 ถ้าอยากวางแผนภาษีให้คุ้มค่าและถูกต้อง
Royal Wealth Account พร้อมช่วยดูแลบัญชี–ภาษีให้แบบครบวงจร
ติดต่อเรา:
➡️ LINE: @royal.account
➡️ โทร: 065-1692665


